หลังเกิดเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง เป็นการก่อเหตุที่รุนแรงในการบุกยึดโรงพยาบาล และมีการตั้งคำถามมากมายถึงพฤติกรรมการก่อเหตุ ทั้งในมิติของใครคือผู้ก่อเหตุ

ทำไมต้องบุกยึดโรงพยาบาล ทำไมต้องเป็น อ.เจาะไอร้อง ซึ่งเป็น 1 ใน อ.นำร่อง 5 อ.สันติสุขของ กอ.รมน.ภาค 4 เรื่องกำหนดเขตปลอดภัยหรือ safty zone จะเชื่อมโยงอย่างไรกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่รัฐบาลไทย (Party A) กำลังพูดคุยกับกลุ่มผู้คิดต่างที่รวมตัวเป็นกลุ่มมาราปาตานี Mara Patani (Party B ซึ่งกำลังพูดคุยเรื่องพื้นที่ปลอดภัย)

ทีมข่าว 3 มิติ จึงส่งคำถามไปสอบถาม นายอาบูฮาเฟซ อัล ฮากิม หนึ่งในสมาชิกกลุ่มมารา ว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับมาราหรือไม่ ถ้าไม่คิดว่าจะเป็นใคร และคิดอย่างไรกับการบุกยึดโรงพยาบาล รวมทั้งเรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่กำลังหารือเรื่อง Safty Zone หรือไม่

นายอาบูฮาเฟซ ตอบคำถามมาเป็นภาษาอังกฤษดังนี้ และสรุปใจความรายงานในข่าว 3 มิติ เมื่อคืนวันที่ 16 มีนาคม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบแน่นอนว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคือใคร แต่ก็มีสิ่งบ่งชี้เพียงพอ ว่าเป็นกลุ่ม อาร์เคเค โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง ที่ว่า วันที่ 13 มีนาคม ถูกเลือกเป็นเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งในวันเดียวกันนี้ ก็มีการก่อเหตุที่กระจายไปในที่อื่นๆด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม มารา (Mara) เนื่องจากการโจมตีในลักษณะเดียวกันนี้ เคยเกิดมาแล้วหลายครั้งในอดีต ก่อนที่จะมีการก่อตั้ง กลุ่ม”มารา” ด้วยซ้ำ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า หากรัฐไทย ไม่จริงจังกับการแก้ไข ต้นเหตุรากเหง้าของความขัดแย้ง และไม่ระงับการกระทำที่อยุติธรรม ซึ่งปรากฏให้เห็นทุกวัน ฝ่ายติดอาวุธของขบวนการ ก็จะตอบโต้เป็นะระยะๆ

จนถึงขณะนี้ กลุ่มมารา และ ฝ่ายไทย ยังไม่สามารถตกลงในการก่อตั้ง พื้นที่ปลอดภัย(Safety zone)ได้แม้แต่แห่งเดียว เมื่อกระบวนการเจรจา มีขึ้นอย่างเป็นทางการ เราก็จะหารือถึงความเป็นไปได้นี้ และจำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ว่า จะนำแผนการก่อตั้งเขต Safety Zone ไปปฎิบัติให้ดีที่สุดได้อย่างไร รวมถึงกลไกที่เหมาะสม ที่สามารถทำงานได้จริงและเนื่องจากเขตSafety Zone ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นกลุ่มมารา จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องออกมาปฎิเสธ ว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เกิดขึ้น

เขตเซฟตี้ โซน ในอำเภอเจาะไอร้อง เป็นข้อเสนอแต่ฝ่ายเดียวของกองทัพภาค 4 และเมื่อพิจารณาว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นฐานที่มั่นของกลุ่ม อาร์เคเค ก็ทำให้การตอบโต้ที่เกิดขึ้น ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

เป้าหมายเบื้องต้นของการโจมตี เป็น หน่วยทหาร ที่อยู่ประชิดกับโรงพยาบาล ในขณะที่ ผู้ก่อการ ก็ใช้พื้นที่ของโรงพยาบาล อาคาร และเจ้าหน้าที่ มุ่งโจมตีหน่วยทหาร ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) อย่างมาก

ดังนั้นการตัดสินใจที่ตั้งหน่วยทหาร ใกล้กับพื้นที่โรงพยาบาลเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ ด้วยความเคารพ ข้าพเจ้าเห็นว่า ทั้งสองฝ่าย ได้ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยธรรม หรือ IHL

ดังนั้น ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ ทั้งสองฝ่าย จำเป็นต้อง เห็นชอบร่วมกัน เกี่ยวกับเขตปลอดภัย (Safety Zone) ภายใต้กระบวนการเจรจาสันติภาพ ขณะเดียวกัน หลักการของกฎหมายสิทธิมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ก็จำเป็นต้องถูกนำไปใช้ และทั้งทหารไทย และ กลุ่มอาร์เคเค ก็จำเป็นต้องศึกษา ถึงหลักการของ IHL และ กฎการปะทะ (Rule of engagement) ที่ระบุไว้ในกฎหมาย IHL

โดยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้า ไม่คิดว่า เหตุการณ์ดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขกับฝ่ายรัฐไทย ในทางตรงกันข้าม ยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น ที่ทั้งสองฝ่าย ควรจะผลักดันการก่อตั้งเขตปลอดภัย (Safety Zone) โดยเร็วที่สุด

และทีมเทคนิค ของกลุ่มเอ (รัฐไทย) และ บี (Mara) จะร่างขอบเขตการทำงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ในเร็วๆนี้ และ หากทุกฝ่ายเห็นด้วย เราคาดว่ากระบวนการ จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้นี้

deepsouthwatch.org

Announcement & Statements

Latest News

Latest Articles

Special Report